ฆ่าได้ก็เชิญฆ่า
ถึงทีหลั่งน้ำตาแล้วอย่าห้าม
เมื่อต้นหญ้ากินศพจนงดงาม
คมดาบคำถามเข้าเกาะกิน
แผ่นดินสิ้นไร้สัตบุรุษ
สังคมวิมุติมาสุดสิ้น
สิ้นไร้ร่องรอยแห่งนกบิน
สิ้นเสียงยลยินระบือนาม
กระดูกคนดีจึงร้องร่ำ
ริยำยังหัวเราะแลหยาบหยาม
นักรบกรุงศรีมีนิยาม
มากอดคอตายตามลงโลกันต์ ฯ
ฆ่าได้ก็เชิญฆ่า
เชิญเปิดปิตุมาแห่งสวรรค์
เชิญเถิดนรกเชิญลงทัณฑ์
เชิญถ่อยอนารยันเหยียบเมือง
จักกวัดดาบแกว่งไกวกระไรหรือ
มือใด, ไหนมืออันลือเลื่อง
เมื่อกระดูกมาเปล่าประโยชน์เปลือง
ในเมื่อความแค้นเคืองมาคำนับ
เมื่อผู้คนกราบไหว้ซึ่งปีศาจ
ทุรชาติร่ายมนต์ชนสดับ
โอมเอยอธรรมมาสำทับ
ปฏิมาแตกยับดูปวดร้าว
ใดหรือดำรงในแผ่นดิน
ใดเล่าโผผินในห้วงหาว
ตำนานความดีอันยืนยาว
มาร่วงกราวลงแหลกระส่ำดิน ฯ
ฆ่าได้ก็เชิญฆ่า
เชิญเถิดพระบิดาเชิญติฉิน
ใครจะคดใครจะโกงใครจะกิน
ข้า ฯ ไม่ยลไม่ยินไม่รู้แล้ว ฯ
From “ป่าน้ำค้าง”