๏ เต็มแผ่นดินเต็มแผ่นฟ้าเต็มตาเห็น
สลักเสลาสลับเล่นเป็นงานศิลป์
ถล่มโลกลงเป็นฉาก ณ ฟากดิน
ชลอหินขึ้นเป็นฉาก ณ ฟากฟ้า
แดดค่อยไล้ไล่เงาตามเหลี่ยมแง่
ชเงื้อมโขดปรับแปรเป็นจัดจ้า
เขียวค่อยครึ้มแดงค่อยคล้ำลำดับมา
มหาภูมหึมาตระหง่านยืน
ชวากเวิ้งเพิงแผ่นเบิกแท่นแท่ง
ที่เว้าแหว่งวงรอบเลาะขอบคลื่น
ละลิ่วลับลึกล้ำดั่งค่ำคืน
แผ่นดินกลืนกรวยโกรกลับโตรกธาร
ยกเชิงชั้นหลั่นเลื่อมขึ้นเอื้อมเมฆ
ภูปราสาทสรรค์เสกโอบประสาน
จากขอบฟ้าจรดขอบฟ้าคือปราการ
ข่มวิญญาณอันผยองของมนุษย์
เมฆคล้อยคล้ำต่ำตกยกตัวหนี
มหาอินทรีที่ยังบินไม่สิ้นสุด
ระงมลมบรรเลงมาเร่งรุด
ร่วมงานศิลป์บริสุทธิ์ของแผ่นดิน ๚๛