แทบร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึงบ้าน
ที่จากมาแสนนานเพราะขวัญเสีย
บ้านของฉันถูกไฟไหม้ลามเลีย
ใครจะเขี่ยผงเขม่าที่เข้าตา
วันแห่งความเยาว์วัยอันใหลหลง
ฉันเคยแนบหน้าลงราบพงหญ้า
ฟังนกเขาคูเคล้าริมราวนา
หอมกลิ่นดอกไม้ป่ามารวยริน
ควันไฟลอยอ้อยอิ่งทิ้งชายไร่
ไก่ป่าคุ้ยขุยไผ่แล้วผกผิน
ฝนชะช่อมะม่วงกรายกรุ่นไอดิน
ว่าวตุ๊ยตุ่ยดุ่ยดิ้นบินฟ้อนฟ้า
เคยเข้าป่าหาหน่อไม้ใบผักหวาน
สิ้นสายฝนชะลานเก็บเห็ดป่า
ป่ายปีนเก็บมะขามหวานกลางลานนา
ยามดอกจานบานจ้าเริ่มหน้าร้อน
กลางเปลวแดดแผดพริบระยิบไหม้
วันหนึ่งไฟไหม้ลามตามไม้ขอน
แล้วแลบเลียเคลียประกายปรายดงดอน
พอไฟฟอนจึ่งซึ้งค่า...น้ำตาริน...
'ผักหวานงาม มะขามหวาน ข้าวสารขาว
ผู้สาวสวย คนรวยธรรม'...ย้ำถวิล
โอ้คืนวันอันสงบนอนซบดิน
อยู่หรือสิ้นแล้วสมญา...แห่ง 'นาแก'
ตุลาคม ๒๕๑๘